Mold & Tooling

แม่พิมพ์เป็นของใคร? สิทธิ์ความเป็นเจ้าของโมลระหว่างลูกค้ากับโรงงาน

คำถามว่า “จ่ายค่าแม่พิมพ์แล้ว แม่พิมพ์เป็นของใคร” ตอบจากใบเสร็จเพียงอย่างเดียวไม่ได้ เพราะความเป็นเจ้าของเครื่องมือ สิทธิในแบบ ไฟล์ CAD สิทธิผลิตสินค้า และสิทธิย้ายแม่พิมพ์เป็นคนละเรื่อง ต้องดูใบเสนอราคา สัญญา หลักฐานการออกแบบ และขอบเขตที่ทั้งสองฝ่ายตกลง

เผยแพร่ 2 กรกฎาคม 2569อัปเดต 30 กรกฎาคม 2569โดย Thospaak

ผู้ว่าจ้างอาจเป็นเจ้าของแม่พิมพ์แต่ไม่ได้รับไฟล์ออกแบบ โรงงานอาจเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มแม่พิมพ์แต่ลูกค้าเป็นเจ้าของ insert เฉพาะ หรือทั้งสองฝ่ายร่วมลงทุนพร้อมเงื่อนไขโอนกรรมสิทธิ์เมื่อสั่งครบยอด จึงควรทำ “ทะเบียนสิทธิและทรัพย์สิน” ก่อนเริ่มตัดเหล็ก

> บทความนี้เป็นแนวทางจัดการโครงการ ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย สัญญาและสิทธิจริงขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และกฎหมายที่ใช้บังคับ โครงการมูลค่าสูงหรือมีทรัพย์สินทางปัญญาสำคัญควรให้ทนายตรวจเอกสารก่อนลงนาม

แม่พิมพ์ แบบสินค้า และสิทธิผลิตไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

การแยกแม่พิมพ์ insert ชิ้นงาน ไฟล์ CAD และฟิกซ์เจอร์เป็นทรัพย์สินคนละรายการในโครงการ

โครงการหนึ่งมีทรัพย์สินหลายชั้น ซึ่งอาจมีเจ้าของต่างกัน

1. แนวคิดและข้อกำหนดผลิตภัณฑ์

รวม product brief ฟังก์ชัน ขนาด เกณฑ์ทดสอบ สูตรหรือข้อมูลการใช้งานที่ผู้ว่าจ้างนำมา หากข้อมูลมีมูลค่าทางการค้าและไม่เป็นที่รู้ทั่วไป ต้องมีมาตรการรักษาความลับที่เหมาะสม ไม่ควรส่งข้อมูลทั้งหมดก่อนกำหนดผู้รับและวัตถุประสงค์

2. รูปลักษณ์และการออกแบบผลิตภัณฑ์

รูปทรงภายนอกอาจเกี่ยวข้องกับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ หากเข้าเงื่อนไขและดำเนินการตามกฎหมาย กรมทรัพย์สินทางปัญญามี ข้อมูลสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ และระบบสืบค้น/ยื่นคำขอโดยตรง การเป็นเจ้าของแม่พิมพ์ไม่ได้ทำให้ได้สิทธิในแบบของผู้อื่นโดยอัตโนมัติ

3. ไฟล์และเอกสารวิศวกรรม

ได้แก่ sketch, 3D CAD, 2D drawing, tolerance stack, moldflow, BOM, specification และ revision history ต้องระบุว่าใครสร้าง ใครชำระ และผู้ว่าจ้างได้รับไฟล์ native หรือเพียง PDF/ไฟล์สำหรับดู

4. แม่พิมพ์และชิ้นส่วนเครื่องมือ

แม่พิมพ์จริงอาจประกอบด้วย mold base, core, cavity, insert, slider, lifter, hot runner, spare parts, electrode, jig และ fixture บางส่วนเป็นมาตรฐานที่โรงงานนำกลับใช้ได้ ขณะที่ insert เฉพาะสินค้าอาจเป็นของลูกค้า จึงต้องแจกแจง ไม่ควรใช้คำรวมว่า “ชุดแม่พิมพ์” โดยไม่มีรายการ

5. Know-how และพารามิเตอร์การผลิต

วิธีตั้งเครื่อง process window โปรแกรม robot fixture และเทคนิคแก้ปัญหาอาจเป็น know-how ของโรงงาน ส่วนสูตรหรือเงื่อนไขเฉพาะสินค้าของลูกค้าอาจเป็นข้อมูลลับ ขอบเขตการส่งมอบต้องตกลงแยก

6. สิทธิใช้ ผลิต ดัดแปลง และย้าย

ผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สินกับผู้มีสิทธิใช้อาจไม่ใช่คนเดียวกัน สัญญาควรบอกว่าใครสั่งผลิตได้ โรงงานใช้ให้ลูกค้ารายอื่นได้หรือไม่ ใครอนุมัติการแก้แบบ และย้ายเครื่องมือไปที่ใดได้บ้าง

รูปแบบความเป็นเจ้าของที่พบได้

ลูกค้าเป็นเจ้าของแม่พิมพ์เต็มรูปแบบ

มักใช้เมื่อลูกค้าชำระค่าออกแบบและแม่พิมพ์ตามขอบเขตที่ระบุ โรงงานถือครองและดูแลแทนเพื่อใช้ผลิตตามคำสั่งซื้อ สัญญาควรระบุการห้ามใช้กับผู้อื่น การติดหมายเลขทรัพย์สิน สิทธิ audit และขั้นตอนคืน/ย้าย

อย่าสันนิษฐานว่าคำว่า “ค่าทำแม่พิมพ์” รวม mold base, hot runner, spare insert, electrode และไฟล์ทั้งหมด ต้องดู Bill of Tooling หรือรายการส่งมอบ

โรงงานเป็นเจ้าของแม่พิมพ์

พบในสินค้ามาตรฐาน แม่พิมพ์แพลตฟอร์ม หรือกรณีโรงงานลงทุนเอง ลูกค้าอาจซื้อสินค้าสำเร็จและปรับสี โลโก้ หรือบรรจุภัณฑ์ แต่ไม่มีสิทธินำเครื่องมือออกและผู้ผลิตอาจขายรูปทรงพื้นฐานให้รายอื่น

ข้อดีคือลดเงินลงทุนเริ่มต้น ข้อแลกเปลี่ยนคือความเฉพาะตัวและอำนาจย้ายแหล่งผลิตต่ำกว่า ต้องตรวจว่าการติดแบรนด์หรือ insert ที่ลูกค้าจ่ายเพิ่มมีสถานะอย่างไร

แบ่งความเป็นเจ้าของเป็นส่วน

ตัวอย่างเช่น โรงงานเป็นเจ้าของ mold base และระบบ hot runner ส่วนลูกค้าเป็นเจ้าของ cavity/core insert เฉพาะสินค้า หรือโรงงานมีตัวเรือนมาตรฐานแต่ลูกค้าทำฝา/ชิ้นส่วนใหม่ วิธีนี้ลดต้นทุนได้ แต่เอกสารต้องระบุหมายเลขและขอบเขตของแต่ละส่วนชัดเจน

เมื่อต้องย้าย อาจย้ายได้เฉพาะ insert และต้องทำ mold base ใหม่ที่โรงงานปลายทาง ต้นทุนและความเสี่ยงจึงต่างจากการย้ายทั้งชุด

ร่วมลงทุนหรือชำระผ่านยอดสั่งซื้อ

โรงงานอาจออกค่าแม่พิมพ์บางส่วนแล้วให้ลูกค้าสั่งขั้นต่ำ หรือหัก/คืนค่าเครื่องมือตามยอด ต้องระบุจุดที่กรรมสิทธิ์โอน เงื่อนไขเมื่อยอดไม่ถึง ระยะเวลาสัญญา และสิทธิขายให้รายอื่นก่อน/หลังโอน

ถ้าไม่เขียนให้ชัด ทั้งสองฝ่ายอาจเข้าใจต่างกันว่าเงินที่ชำระเป็นค่าเครื่องมือ เงินประกัน หรือส่วนหนึ่งของราคาสินค้า

ใช้แม่พิมพ์ของบุคคลที่สาม

บางโครงการใช้แม่พิมพ์จากเจ้าของแบรนด์ ผู้รับเหมาหลัก หรือบริษัทในเครือ โรงงานเป็นเพียงผู้ครอบครองเพื่อผลิต ต้องมีหนังสืออนุญาต ขอบเขตงาน ประกัน ความรับผิด และคำสั่งส่งคืนที่ชัด

การจ่ายค่าแม่พิมพ์ไม่ได้ตอบทุกสิทธิ

ใบเสนอราคาควรแยกอย่างน้อย

  • ค่าพัฒนาแบบและผลงานที่ส่งมอบ
  • ค่าแม่พิมพ์พร้อมรายการส่วนประกอบ
  • ค่า mold base, hot runner และอุปกรณ์มาตรฐาน
  • ค่าตัวอย่างและการทดลอง T0/T1/T2
  • ค่าปรับแก้หลังอนุมัติแบบ
  • ค่า spare parts และ preventive maintenance
  • ภาษี การขนส่ง การติดตั้ง และการทดสอบที่โรงงานปลายทาง

จากนั้นระบุว่าสิทธิใดเกิดเมื่อชำระงวดใด เช่น สิทธิรับแบบหลังจ่ายค่าออกแบบครบ กรรมสิทธิ์แม่พิมพ์หลังผ่าน acceptance และชำระครบ หรือสิทธิย้ายหลังปิดยอดค้างทั้งหมด

สิ่งที่ต้องเขียนในสัญญาหรือ Tooling Agreement

คำจำกัดความและขอบเขต

ระบุชื่อโครงการ รหัสชิ้นงาน revision วัสดุ จำนวน cavity และรายการทรัพย์สินแนบเป็นภาคผนวก แยก customer-owned, supplier-owned และ shared tooling

กรรมสิทธิ์และสิทธิใช้งาน

ระบุเจ้าของแต่ละรายการ วันที่/เงื่อนไขโอน และข้อจำกัดการใช้ เช่น ผลิตเฉพาะคำสั่งของลูกค้า ห้ามทำสำเนา ห้าม reverse engineer ห้ามส่งต่อ subcontractor โดยไม่ได้รับอนุญาต

การติดป้ายและทะเบียนทรัพย์สิน

กำหนดให้สลักหรือทำป้าย asset number ชื่อลูกค้า รหัสแม่พิมพ์ และจำนวน cavity ตามที่ตกลง พร้อมภาพถ่ายและทะเบียนตำแหน่งจัดเก็บ ไม่ควรใช้โลโก้หรือข้อความที่ทำให้การบำรุง/ระบายความร้อนเสียหาย

การเก็บและดูแล

ระบุสภาพแวดล้อม การป้องกันสนิม การหมุนเวียนน้ำหล่อเย็น การทำความสะอาด ระยะ PM และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย รวมถึงการแจ้งเมื่อพบความเสียหาย

การประกันและความเสียหาย

กำหนดว่าใครรับความเสี่ยงจากไฟไหม้ น้ำท่วม สูญหาย การใช้ผิดงาน และความเสียหายระหว่างขนย้าย พร้อมวงเงินหรือวิธีชดเชยตามที่คู่สัญญายอมรับ

การแก้ไขและ Change Control

ห้ามแก้แม่พิมพ์จากคำสั่งปากเปล่า ต้องมี drawing/revision ใบอนุมัติราคา ผลกระทบต่ออายุและ warranty และแผนเก็บ insert เดิมเมื่อจำเป็น

การหยุดสั่งและสิ้นสุดสัญญา

ระบุระยะ inactivity ที่โรงงานต้องแจ้งก่อนกำจัดหรือคิดค่าเก็บ วิธีส่งคืน กำหนดวันรับ และสิ่งที่จะเกิดเมื่อไม่มารับ อย่าให้สิทธิทำลายหรือยึดเครื่องมือเกิดขึ้นโดยไม่มี notice ที่ตรวจสอบได้

การย้ายแม่พิมพ์

กำหนดเงื่อนไข release, outstanding balance, การตรวจสภาพ, เอกสาร, packaging, lifting, transport และ acceptance ที่ปลายทาง รวมทั้งผู้รับผิดชอบหากแม่พิมพ์เสียหายหรือผลิตไม่เหมือนเดิมหลังย้าย

NDA และข้อมูลลับ

ระบุข้อมูลที่เป็นความลับ ผู้ที่เข้าถึง วัตถุประสงค์ ระยะเวลา วิธีคืน/ทำลาย และข้อยกเว้น กรมทรัพย์สินทางปัญญาเผยแพร่ พระราชบัญญัติความลับทางการค้าและฉบับแก้ไข เป็นแหล่งอ้างอิงทางการ แต่การคุ้มครองจริงต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและมาตรการรักษาความลับของโครงการ

ทะเบียนแม่พิมพ์ควรมีอะไรบ้าง

สร้าง Tooling Asset Register ตั้งแต่รับแม่พิมพ์ครั้งแรก โดยเก็บ

  • รหัสแม่พิมพ์และรหัสชิ้นงาน/revision
  • ภาพด้าน operator/non-operator และป้ายทรัพย์สิน
  • ขนาด น้ำหนัก จุดยก และตำแหน่ง center of gravity หากจำเป็น
  • จำนวน cavity และ cavity identification
  • วัสดุ core/cavity และ surface treatment ตามเอกสารผู้ทำ
  • รายการ hot runner, heater, sensor, connector และ spare parts
  • drawing แม่พิมพ์ cooling diagram และ wiring diagram ที่ส่งมอบ
  • วันที่ทดลองและตัวอย่างอนุมัติล่าสุด
  • shot counter, ประวัติ PM ซ่อม และ modification
  • สถานที่จัดเก็บ ผู้ครอบครอง และสถานะประกัน
  • เจ้าของแต่ละส่วนและข้อจำกัดการใช้งาน

ควรอัปเดตทะเบียนทุกครั้งที่แก้ insert เปลี่ยนชิ้นส่วน หรือย้ายสถานที่ ไม่ควรพึ่งความจำของช่างคนเดียว

ขั้นตอนรับมอบแม่พิมพ์ให้ตรวจทั้งเอกสารและสภาพจริง

วิศวกรตรวจสภาพแม่พิมพ์ ระบบน้ำและไฟ อะไหล่ ตัวอย่าง และลังขนส่งก่อนย้ายไปโรงงานปลายทาง

ก่อนตัดเหล็ก

อนุมัติ DFM, parting line, gate, จำนวน cavity, material, mold standard, expected life, interface กับเครื่อง และรายการส่งมอบ

ก่อนชำระงวดสุดท้าย

ตรวจชิ้นงานจากแม่พิมพ์จริงตาม drawing และ golden sample ขอ trial report, process condition, cavity result และ defect/action list ที่ปิดแล้ว

ตรวจเครื่องมือ

ตรวจหมายเลข ขนาด น้ำหนัก จุดยก ความสะอาด สนิม รอยกระแทก ระบบน้ำ ระบบไฟ connector sensor และชิ้นส่วนสำรองตามทะเบียน

ตรวจไฟล์

ยืนยันว่าได้รับ native CAD, drawing, BOM, cooling/wiring diagram, maintenance instruction และ revision ที่ตรงกับแม่พิมพ์จริงตามสิทธิในสัญญา

ทำเอกสารรับมอบ

ลงนาม acceptance พร้อมรายการ punch list และกำหนดแก้ ไม่ควรใช้การชำระเงินเป็นหลักฐานรับมอบแทนผลตรวจทั้งหมด

ถ้าต้องย้ายแม่พิมพ์ไปโรงงานอื่น

การเป็นเจ้าของไม่ได้ทำให้ย้ายได้ทันทีโดยไม่มีความเสี่ยง แม่พิมพ์อาจออกแบบให้ตรงกับ machine platen, locating ring, nozzle, ejector, hydraulic/pneumatic interface และระบบน้ำของโรงงานเดิม โรงงานใหม่ต้องทำ compatibility check ก่อนขนย้าย

ลำดับที่ควรทำ

  1. ตรวจสัญญาและยอดค้าง ขอหนังสือ release
  2. ทำ inventory และถ่ายภาพสภาพก่อนออก
  3. เก็บ last good sample และข้อมูล process ล่าสุด
  4. drain น้ำ ทำความสะอาด ป้องกันสนิม และ lock ชิ้นส่วนเคลื่อนที่
  5. ใช้ผู้ขนส่งที่รับน้ำหนัก จุดยก และการยึดตรึงได้
  6. ตรวจรับที่ปลายทางก่อนติดตั้ง
  7. ตรวจ interface กับเครื่องและ utilities
  8. ทดลองผลิต เปรียบเทียบตัวอย่าง และ re-qualify จุดสำคัญ

ผู้ซื้อควรเผื่องบ transport, rigging, adapter, repair, re-validation และ downtime ไม่ควรมองการย้ายเป็นเพียงค่ารถ

อายุแม่พิมพ์และค่าซ่อมใครรับผิดชอบ

สัญญาควรแยกระหว่าง

  • การสึกหรอตามปกติและ preventive maintenance
  • consumable เช่น seal, spring, heater และ sensor
  • ความเสียหายจากการใช้งานผิดหรือ process นอกขอบเขต
  • การเปลี่ยนแบบจากลูกค้า
  • การซ่อมเพื่อให้กลับมาผลิตตามสเปกเดิม
  • การ overhaul เมื่อถึงจำนวน shot หรือสภาพที่กำหนด

คำว่า “รับประกันตลอดอายุแม่พิมพ์” ไม่มีความหมายถ้าไม่ระบุ expected life, วัสดุ, เงื่อนไขผลิต และรายการที่ครอบคลุม อ่านรายละเอียดที่ แม่พิมพ์ฉีดพลาสติกผลิตได้กี่ชิ้น

สัญญาณเตือนก่อนเริ่มงาน

  • ใบเสนอราคารวมทุกอย่างไว้ในบรรทัด “ค่าโมล” โดยไม่มีสเปก
  • ไม่ยอมระบุเจ้าของหรือสิทธิย้ายเป็นลายลักษณ์อักษร
  • ไม่มี drawing/revision ที่ผูกกับใบเสนอราคา
  • ไม่ระบุจำนวน cavity วัสดุ core/cavity หรือ expected life
  • ไม่มี asset number, shot record หรือ maintenance history
  • เงื่อนไขอนุญาตให้โรงงานใช้กับบุคคลอื่นคลุมเครือ
  • ต้องจ่ายครบก่อนเห็นผล trial หรือไม่มี acceptance criteria
  • ไม่มีวิธีคืน/ทำลายไฟล์และเครื่องมือเมื่อสิ้นสุดสัญญา

ตรวจความพร้อมผู้ผลิตเพิ่มเติมที่ วิธีเลือกโรงงาน OEM พลาสติก และแยกค่าใช้จ่ายจาก ต้นทุนแม่พิมพ์ฉีดพลาสติก

เช็กลิสต์คำถามก่อนออก PO

  • ใครเป็นเจ้าของแบบ CAD drawing และแม่พิมพ์แต่ละส่วน
  • ราคาใดรวมสิทธิหรือไฟล์ใดบ้าง
  • กรรมสิทธิ์โอนเมื่อใดและมีเงื่อนไขอะไร
  • โรงงานผลิตให้รายอื่นหรือส่งต่อ subcontractor ได้หรือไม่
  • ลูกค้าตรวจสถานะและ shot/maintenance record ได้หรือไม่
  • ใครจ่าย PM ซ่อม เปลี่ยนอะไหล่ และแก้แบบ
  • แม่พิมพ์เก็บที่ไหนและมีประกันอย่างไร
  • หากหยุดสั่ง ต้องแจ้งกี่วันก่อนคิดค่าเก็บ/คืน/กำจัด
  • ย้ายได้หรือไม่ ต้องชำระหรือเตรียมอะไร
  • เอกสารและ spare parts ใดส่งมอบพร้อมแม่พิมพ์
  • วิธีจัดการข้อมูลลับ สำเนาไฟล์ และ backup เป็นอย่างไร

สรุป

แม่พิมพ์จะเป็นของลูกค้าหรือโรงงานไม่ได้ตัดสินจากผู้ที่จ่ายเงินเพียงอย่างเดียว ต้องแยก physical tooling, insert, mold base, ไฟล์ออกแบบ, know-how และสิทธิใช้งานออกจากกัน แล้วเขียนเงื่อนไขให้สอดคล้องกับรูปแบบลงทุน

ก่อนสั่งทำ ควรมี Tooling Specification, Asset Register, Acceptance Criteria, Maintenance Responsibility และ Exit Plan หากต้องย้ายหรือยุติการผลิต สำหรับโครงการแม่พิมพ์ใหม่สามารถดู บริการ Mold & Tooling และส่งแบบ จำนวนผลิต จำนวน Cavity ที่คาด พร้อมเงื่อนไขความเป็นเจ้าของเพื่อประเมินขอบเขตทางวิศวกรรม ส่วนกรรมสิทธิ์และข้อสัญญาควรให้ที่ปรึกษากฎหมายตรวจตามข้อเท็จจริงของโครงการ