Construction
ท่อร้อยสายไฟพลาสติกในงานก่อสร้าง เลือกเกรดไหนให้ปลอดภัยและทนงาน
ท่อร้อยสายไฟพลาสติกเป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกันและจัดเส้นทางสายไฟในอาคาร ช่วยลดความเสียหายจากการเสียดสี แรงกระแทก ฝุ่น ความชื้น และงานก่อสร้างรอบข้าง แต่คำว่า “ท่อพลาสติก” ไม่ได้หมายถึงผลิตภัณฑ์ที่ใช้แทนกันได้ทุกชนิด ท่อที่เหมาะกับการฝังผนังอาจไม่เหมาะกับการเดินกลางแจ้ง และท่ออ่อนที่ใช้เชื่อมต่ออุปก…

การเลือกให้ปลอดภัยจึงต้องเริ่มจากตำแหน่งติดตั้ง แบบระบบไฟฟ้า มาตรฐานที่โครงการกำหนด และเอกสารรับรองของผลิตภัณฑ์ ไม่ควรตัดสินจากสี ความหนาที่มองเห็น หรือราคาต่อเมตรเพียงอย่างเดียว บทความนี้อธิบายวิธีคัดเลือก ตั้งแต่ชนิดท่อ สมบัติที่ต้องตรวจ ขนาดและอุปกรณ์ต่อ ไปจนถึงการติดตั้งและตรวจรับหน้างาน
> ข้อควรทราบ: งานออกแบบและติดตั้งระบบไฟฟ้าควรดำเนินการตามแบบและข้อกำหนดฉบับล่าสุดของโครงการ โดยวิศวกรหรือช่างไฟฟ้าที่มีคุณสมบัติเหมาะสม เนื้อหานี้ใช้เป็นแนวทางเตรียมข้อมูล ไม่ใช่แบบก่อสร้างหรือการรับรองผลิตภัณฑ์
ท่อร้อยสายไฟพลาสติกไม่ได้มีเกรดเดียว
คำว่าเกรดสำหรับท่อร้อยสายไฟควรสื่อถึงสมบัติที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่คำโฆษณากว้าง ๆ เช่น “เกรดดี” หรือ “เกรดก่อสร้าง” ผู้ซื้อควรถามว่าผลิตภัณฑ์ถูกออกแบบสำหรับตำแหน่งใด มีการทดสอบเรื่องใด ใช้ร่วมกับข้อต่อแบบไหน และมีข้อจำกัดด้านอุณหภูมิ แสงแดด แรงกระแทก หรือการฝังในคอนกรีตอย่างไร
ท่อที่พบในงานก่อสร้างแบ่งตามลักษณะการใช้งานได้หลายกลุ่ม เช่น
- ท่อแข็งผิวเรียบ เหมาะกับแนวเดินที่ต้องการรูปทรงคงที่ ใช้ข้อต่อและข้องอเป็นระบบ
- ท่ออ่อนหรือลูกฟูก ช่วยเดินผ่านพื้นที่ซับซ้อนหรือเชื่อมอุปกรณ์ที่มีการสั่น แต่ต้องตรวจข้อจำกัดเรื่องการรับแรงและระยะใช้งาน
- ท่อสำหรับฝังใต้ดินหรือภายนอกอาคาร ต้องพิจารณาแรงกด ความชื้น น้ำเข้า สารเคมีในดิน และแสง UV ตามสภาพจริง
- ท่อเฉพาะระบบ อาจมีข้อกำหนดเพิ่มเติมเรื่องการไม่ลามไฟ ควัน อุณหภูมิ หรือการใช้งานในพื้นที่พิเศษ
ระบบท่อควรถูกเลือกเป็นชุด ทั้งตัวท่อ ข้อต่อ กล่องพัก แคลมป์ กาวหรือซีล และอุปกรณ์เข้าสู่ตู้ ไม่ควรเลือกเฉพาะตัวท่อแล้วใช้ข้อต่อที่ขนาดใกล้เคียงกันแต่ไม่ได้ออกแบบให้ทำงานร่วมกัน
เริ่มเลือกจากตำแหน่งติดตั้ง

ตำแหน่งติดตั้งเป็นตัวกำหนดความเสี่ยงหลักและช่วยตัดตัวเลือกที่ไม่เหมาะออกได้เร็ว
ฝังในผนังหรือพื้นคอนกรีต
ท่อต้องทนแรงระหว่างขนย้าย การเหยียบ การผูกกับเหล็กเสริม และแรงจากการเทคอนกรีตโดยไม่แตกหรือยุบจนดึงสายไม่ได้ ข้อต่อต้องแน่นและควรปิดปลายท่อระหว่างก่อสร้างเพื่อไม่ให้เศษปูน น้ำ หรือวัสดุอื่นเข้าไปอุดตัน การจัดแนวต้องไม่ทำให้ท่อถูกเหล็กหรือแบบหล่อกดจนเสียรูป
เดินลอยภายในอาคารหรือเหนือฝ้า
ควรตรวจวิธีรองรับ ระยะจับยึด การขยายตัว และความเสี่ยงจากการกระแทกหรือความร้อนเหนือฝ้า แนวท่อต้องเข้าถึงกล่องพักและจุดตรวจสอบได้ ไม่ควรวางพาดบนโครงฝ้าหรืออาศัยสายไฟเป็นตัวรับน้ำหนัก
ภายนอกอาคารและพื้นที่เปียก
ต้องพิจารณา UV อุณหภูมิที่เปลี่ยนในแต่ละวัน น้ำที่ไหลตามแนวท่อ และความแน่นของจุดต่อ การระบุว่าตัวท่อทนแดดไม่ได้แปลว่าระบบทั้งหมดกันน้ำ เพราะน้ำมักเข้าทางข้อต่อ กล่อง หรือจุดเข้าสู่อุปกรณ์ หากต้องเดินกลางแจ้งควรอ่านแนวทางเพิ่มเติมเรื่อง การเลือกพลาสติกทนแดดและทน UV และเลือกกล่อง/ซีลให้เหมาะกับระดับการป้องกันที่แบบกำหนด
ฝังดินหรือพื้นที่เสี่ยงแรงกดสูง
ต้องประเมินความลึก ชั้นดิน การทรุดตัว ยานพาหนะที่วิ่งผ่าน การระบายน้ำ และการป้องกันระหว่างก่อสร้าง บางโครงการอาจกำหนดวัสดุหรือระบบท่อชนิดอื่นแทนพลาสติกในบางช่วง จึงต้องยึดแบบและข้อกำหนดโครงการเป็นหลัก ไม่ควรใช้ท่อทั่วไปแทนเพียงเพราะขนาดต่อกันได้
สมบัติที่ควรตรวจมากกว่าความหนา
ความหนาเป็นเพียงหนึ่งในตัวแปร ท่อที่หนาแต่สูตรวัสดุไม่เหมาะอาจเปราะ แตกเมื่อกระแทก หรือเสื่อมเมื่อเจอแดดได้ สิ่งที่ควรขอจากผู้ขายหรือโรงงานประกอบด้วย
- ประเภทวัสดุและขอบเขตการใช้งานที่ผู้ผลิตระบุ
- ความแข็งแรงต่อแรงกดและแรงกระแทกตามวิธีทดสอบที่อ้างอิง
- พฤติกรรมเมื่อได้รับความร้อนและคุณสมบัติการไม่ลามไฟเมื่อโครงการกำหนด
- ช่วงอุณหภูมิใช้งานและข้อจำกัดของการติดตั้ง
- ความทน UV หรือสภาพอากาศสำหรับงานกลางแจ้ง
- ความคงตัวของขนาด ความตรง ความเรียบของผิวใน และความสม่ำเสมอของผนัง
- ความเข้ากันได้กับข้อต่อ กาว ซีล และอุปกรณ์เข้าสู่กล่อง
- เครื่องหมาย รุ่น ล็อตผลิต และเอกสารรับรองที่ตรวจสอบย้อนกลับได้
มาตรฐาน IEC 61386 ใช้เป็นกรอบสากลสำหรับระบบท่อและข้อต่อเพื่อป้องกันและจัดการสาย ส่วนผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในไทยอาจมีมาตรฐานผลิตภัณฑ์และข้อกำหนดโครงการที่เกี่ยวข้อง ผู้ซื้อควรตรวจเลขมาตรฐาน ขอบข่าย ใบอนุญาต และรุ่นสินค้าจากเอกสารฉบับปัจจุบัน ไม่ควรสรุปว่าผ่านมาตรฐานจากข้อความบนใบเสนอราคาเพียงอย่างเดียว
PVC, uPVC และพลาสติกชนิดอื่นเลือกอย่างไร
ท่อแข็งสำหรับงานระบบไฟฟ้าหลายประเภทผลิตจากพีวีซี แต่คำว่า PVC หรือ uPVC เพียงอย่างเดียวยังไม่พอจะยืนยันการใช้งาน เพราะสูตรสารเติมแต่ง โครงสร้างท่อ และการทดสอบผลิตภัณฑ์มีผลต่อสมรรถนะจริง หากต้องการเข้าใจพื้นฐานวัสดุ อ่านต่อได้ที่ PVC กับ uPVC ต่างกันอย่างไร
ท่อพลาสติกชนิดอื่น เช่น HDPE หรือท่ออ่อนจากโพลิเมอร์เฉพาะ อาจเหมาะกับงานฝังดิน งานสื่อสาร หรือการเชื่อมต่อเครื่องจักรบางแบบ แต่ต้องตรวจว่าผลิตภัณฑ์นั้นถูกออกแบบและรับรองสำหรับระบบที่นำไปใช้จริง ไม่ควรนำท่อน้ำ ท่อเกษตร หรือท่อบรรจุของเหลวมาใช้แทนท่อร้อยสายเพียงเพราะมีเส้นผ่านศูนย์กลางใกล้เคียง
สำหรับผู้ที่ต้องการรายละเอียดเฉพาะผลิตภัณฑ์ สามารถดูหัวข้อ ท่อร้อยสายไฟพีวีซี คุณสมบัติและการสั่งผลิต เพิ่มเติมได้
เลือกขนาดท่อจากสายและเส้นทางจริง

ขนาดท่อไม่ควรถูกกำหนดจากจำนวนสายอย่างเดียว ต้องดูขนาดภายนอกของสายแต่ละเส้น ชนิดฉนวน รัศมีดัด แรงดึง ระยะทาง จำนวนโค้ง และการระบายความร้อนตามข้อกำหนดที่ใช้กับโครงการด้วย ค่าพื้นที่บรรจุสายสูงสุดต้องคำนวณตามมาตรฐานหรือแบบ ไม่ควรใช้กฎจำง่ายเพียงตัวเลขเดียวกับทุกระบบ
แนวทางเตรียมข้อมูลมีดังนี้
- ทำตารางชนิดและขนาดสายทุกเส้นในท่อแต่ละช่วง
- ใช้เส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกจริงจากผู้ผลิตสาย ไม่ใช้เฉพาะพื้นที่หน้าตัดตัวนำ
- ตรวจจำนวนและรัศมีของจุดโค้ง รวมถึงตำแหน่งกล่องดึงหรือกล่องพักสาย
- เผื่อการติดตั้งจริงโดยไม่ทำให้ท่อใหญ่เกินจนจัดแนวและยึดยาก
- หากมีแผนเพิ่มสาย ให้ระบุวงจรสำรองในแบบ ไม่ใส่สายเพิ่มภายหลังโดยไม่ตรวจการบรรจุและความร้อน
ท่อที่แน่นเกินไปทำให้ดึงสายยาก ฉนวนอาจเสียหาย และซ่อมบำรุงลำบาก ส่วนท่อที่ใหญ่เกินจำเป็นเพิ่มต้นทุนข้อต่อ กล่อง และพื้นที่ติดตั้ง จึงควรให้ผู้ออกแบบคำนวณจากเส้นทางจริงก่อนออกใบสั่งซื้อ
ข้องอ ข้อต่อ และกล่องพักเป็นส่วนหนึ่งของระบบ
ปัญหาหน้างานจำนวนมากไม่ได้เกิดจากตัวท่อ แต่เกิดที่รอยต่อและจุดเปลี่ยนทิศทาง ข้องอที่แคบหรือท่อที่ถูกดัดจนตีบทำให้แรงดึงสายสูงและเสี่ยงทำลายฉนวน การต่อท่อไม่สุดบ่าอาจเปิดช่องให้ปูนหรือน้ำเข้า ส่วนกล่องพักที่เล็กเกินไปทำให้จัดสายและซ่อมยาก
ควรใช้ข้องอหรือเครื่องมือดัดที่เหมาะกับชนิดท่อ รักษารัศมีตามข้อกำหนด และเพิ่มกล่องดึงเมื่อแนวยาวหรือมีจุดโค้งหลายจุด ห้ามใช้ไฟลนหรือให้ความร้อนแบบควบคุมไม่ได้เพื่อดัดท่อ เพราะอาจทำให้ผนังบาง บิดตัว หรือเปลี่ยนสมบัติวัสดุโดยมองไม่เห็นจากภายนอก
จุดเข้าสู่กล่องต้องใช้อุปกรณ์ยึดและบูชชิงที่เหมาะสม ป้องกันขอบคมกดฉนวน และในพื้นที่เปียกต้องวางรายละเอียดการซีลร่วมกับ หลักการเลือกระดับ IP ของกล่องไฟฟ้าพลาสติก โดยไม่สรุปว่าระบบกันน้ำจากค่า IP ของกล่องเพียงชิ้นเดียว
ติดตั้งอย่างไรไม่ให้ท่อเสียก่อนร้อยสาย

การติดตั้งที่ดีต้องรักษาช่องภายในท่อให้โล่งตั้งแต่เริ่มวางแนวจนถึงวันดึงสาย ขั้นตอนที่ควรควบคุม ได้แก่
- ตัดปลายท่อให้ได้ฉาก ลบคม และกำจัดเศษพลาสติกภายใน
- ทดลองประกอบท่อ ข้อต่อ และกล่องก่อนใช้กาวหรือซีลตามระบบ
- ปิดปลายท่อทุกจุดระหว่างงานก่อสร้างด้วยจุกที่พอดี ไม่ใช้เศษกระดาษหรือวัสดุที่หลุดเข้าไปได้
- ยึดท่อไม่ให้ลอยหรือเคลื่อนระหว่างเทคอนกรีต และป้องกันจุดที่คนหรือรถเข็นอาจเหยียบ
- ไม่ฝืนดัดท่อจนผิวขาว แตกร้าว หรือหน้าตัดแบน
- จัดแนวให้เข้าถึงกล่องพักและไม่ชนงานระบบอื่น
- ตรวจความโล่งของท่อและเตรียมเชือกดึงสายตามวิธีที่โครงการอนุมัติ
- บันทึกภาพแนวท่อก่อนปิดผนังหรือเทคอนกรีต เพื่อใช้ตรวจสอบภายหลัง
หากพบรอยแตก ข้อต่อหลุด หรือท่อตีบ ควรแก้ก่อนปิดงาน ไม่ควรหวังว่าการดึงสายแรงขึ้นจะผ่าน เพราะความเสียหายต่อฉนวนอาจไม่เห็นทันทีแต่เพิ่มความเสี่ยงระยะยาว
เรื่องความร้อนและการไม่ลามไฟต้องดูเอกสารจริง
คำว่า “กันไฟ” “ทนไฟ” และ “ไม่ลามไฟ” มีความหมายและวิธีทดสอบต่างกัน ท่อพลาสติกทั่วไปไม่ได้ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างทนไฟ และไม่สามารถใช้แทนระบบอุดปิดช่องเปิดกันไฟบริเวณผนังหรือพื้นแบ่งโซนได้ เมื่อเดินท่อผ่านผนังหรือพื้นที่ที่มีข้อกำหนดด้านอัคคีภัย ต้องใช้รายละเอียด firestop ที่ได้รับการออกแบบสำหรับชุดวัสดุนั้น
นอกจากนี้ การเลือกท่อไม่สามารถชดเชยการเลือกสาย อุปกรณ์ป้องกัน หรือการคำนวณโหลดที่ไม่ถูกต้อง หากโครงการกำหนดคุณสมบัติด้านความร้อนหรือการไม่ลามไฟ ควรขอรายงานทดสอบที่ระบุรุ่น วัสดุ และวิธีทดสอบตรงกับสินค้าที่ส่งจริง อ่านหลักการวัสดุเพิ่มเติมได้ที่ พลาสติกทนความร้อนและไม่ลามไฟสำหรับงานไฟฟ้า
ตรวจรับท่อและอุปกรณ์ก่อนเข้าหน้างาน

การตรวจรับควรเริ่มตั้งแต่ตัวอย่างก่อนสั่งล็อตใหญ่ ไม่ใช่รอพบปัญหาหลังฝังท่อแล้ว จุดตรวจพื้นฐานประกอบด้วย
- เส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกและภายใน ความหนาผนัง และความยาว
- ความกลม ความตรง และผิวภายในที่ไม่บาดสาย
- รอยแตกร้าว ฟอง ช่องว่าง สีผิดปกติ หรือการบิดงอจากการเก็บ
- การสวมกับข้อต่อ ความลึกของบ่า และแรงยึดตามระบบ
- เครื่องหมายบนท่อ รุ่น ขนาด ล็อต และความอ่านง่าย
- เอกสารวัสดุ รายงานทดสอบ และใบอนุญาตตามที่สัญญากำหนด
- สภาพบรรจุภัณฑ์ การปิดปลาย และการป้องกันแดด/ความร้อนระหว่างเก็บ
ควรสุ่มจากหลายมัดและหลายล็อต ไม่เลือกตรวจเฉพาะชิ้นด้านบน หากเป็นงานผลิตตามแบบ ให้เก็บตัวอย่างที่อนุมัติและเกณฑ์ตรวจเป็นเอกสารเดียวกัน สามารถใช้ เช็กลิสต์ตรวจรับสินค้าพลาสติก เป็นจุดเริ่มต้นแล้วเพิ่มข้อกำหนดเฉพาะของระบบไฟฟ้า
หากสั่งผลิตตามแบบต้องแจ้งข้อมูลอะไร
งานท่อโปรไฟล์หรืออุปกรณ์ประกอบที่ผลิตด้วยการรีดพลาสติกต้องควบคุมตั้งแต่วัตถุดิบ แม่พิมพ์ อุณหภูมิการผลิต การหล่อเย็น ไปจนถึงการตัดและม้วน/บรรจุ ความเข้าใจเรื่องกระบวนการช่วยให้กำหนดค่าคลาดเคลื่อนและจุดตรวจได้สมเหตุสมผล อ่านพื้นฐานได้จากบทความ เครื่องรีดพลาสติกทำงานอย่างไร
ข้อมูลสำหรับขอราคาควรมีอย่างน้อย
- แบบหน้าตัด ขนาด ความหนา ค่าคลาดเคลื่อน และความยาวต่อเส้น
- วัสดุ สูตรสี และสมบัติขั้นต่ำที่ต้องการ
- ตำแหน่งติดตั้ง อุณหภูมิ แสง UV ความชื้น และแรงกระแทกที่คาด
- มาตรฐาน วิธีทดสอบ และเอกสารรับรองที่โครงการกำหนด
- รายการข้อต่อ กล่อง หรือชิ้นส่วนที่ต้องประกอบร่วมกัน
- เครื่องหมายบนสินค้า ข้อมูลล็อต บรรจุภัณฑ์ และวิธีจัดเก็บ
- จำนวนต่อขนาด ยอดรวม แผนส่ง และจำนวนตัวอย่างทดสอบ
- เกณฑ์อนุมัติตัวอย่างและเงื่อนไขเมื่อสินค้าตรวจไม่ผ่าน
ควรทดลองประกอบและติดตั้งตัวอย่างในสภาพใกล้เคียงหน้างานก่อนยืนยันการผลิตจำนวนมาก หากต้องการประเมินงานรีด ท่อ โปรไฟล์ หรือชิ้นส่วนประกอบ สามารถดูขอบเขต บริการรับผลิตชิ้นงานพลาสติก OEM
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
เลือกจากสีท่อ — สีเป็นเพียงลักษณะภายนอก ไม่ยืนยันวัสดุ สมบัติ หรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์
ใช้ท่อน้ำแทนท่อร้อยสาย — ขนาดใกล้กันไม่ได้หมายความว่าออกแบบเพื่อรับความเสี่ยงและใช้อุปกรณ์ร่วมกันได้
เชื่อคำว่าเกรดก่อสร้างโดยไม่ดูเอกสาร — ควรระบุสมบัติ รุ่น วิธีทดสอบ และขอบข่ายการใช้งานให้ตรวจสอบได้
ใช้ข้อต่อต่างระบบ — อาจสวมได้แต่ไม่สุดบ่า หลวม หรือซีลไม่สมบูรณ์เมื่อเจอการสั่นและอุณหภูมิเปลี่ยน
ไม่ปิดปลายท่อระหว่างก่อสร้าง — เศษปูนและน้ำเข้าไปอุดตัน ทำให้ต้องรื้อแนวหรือทำลายผิวงานเพื่อแก้ไข
อัดสายจนเต็มท่อ — เพิ่มแรงดึง ความร้อน และความเสี่ยงต่อฉนวน ทั้งยังทำให้ซ่อมบำรุงยาก
คิดว่าท่อพลาสติกทุกชนิดทนแดด — ต้องตรวจสูตรวัสดุ การทดสอบ และอายุใช้งานที่ผู้ผลิตระบุสำหรับกลางแจ้ง
คำถามที่พบบ่อย
ท่อหนากว่าแปลว่าปลอดภัยกว่าหรือไม่
ไม่เสมอไป ความปลอดภัยขึ้นกับวัสดุ การออกแบบ สมบัติด้านแรงกระแทก/แรงกด ความร้อน การไม่ลามไฟ ความเข้ากันได้กับข้อต่อ และการติดตั้ง ท่อหนาแต่เปราะหรือข้อต่อหลวมอาจมีความเสี่ยงมากกว่าระบบที่ออกแบบและทดสอบร่วมกัน
ท่อ PVC ใช้กลางแจ้งได้ทุกชนิดหรือไม่
ไม่ได้ ต้องตรวจว่ารุ่นนั้นออกแบบสำหรับแสง UV อุณหภูมิ และสภาพอากาศภายนอกหรือไม่ รวมถึงออกแบบข้อต่อ กล่อง และทางระบายน้ำให้เหมาะสม การทน UV ของตัวท่อไม่ทำให้จุดต่อกันน้ำโดยอัตโนมัติ
ควรเผื่อท่อสำหรับสายเพิ่มในอนาคตอย่างไร
ให้ผู้ออกแบบระบุวงจรหรือท่อสำรองในแบบ พร้อมตรวจพื้นที่บรรจุสาย รัศมีดัด กล่องพัก และพื้นที่ติดตั้ง การเลือกท่อใหญ่ขึ้นโดยไม่มีแผนอาจเพิ่มต้นทุนแต่ไม่แก้ปัญหาเส้นทางหรือกล่องที่เล็กเกินไป
ตรวจมาตรฐานจากตัวท่ออย่างเดียวได้ไหม
เครื่องหมายบนท่อช่วยระบุรุ่นและล็อต แต่ควรตรวจร่วมกับเอกสารผู้ผลิต ใบอนุญาตหรือรายงานทดสอบที่โครงการกำหนด และยืนยันว่ารุ่นในเอกสารตรงกับสินค้าที่ส่งจริง
สรุป
การเลือกท่อร้อยสายไฟพลาสติกให้ปลอดภัยต้องเริ่มจากตำแหน่งติดตั้งและแบบระบบไฟฟ้า แล้วจึงกำหนดชนิดท่อ สมบัติวัสดุ ขนาด ข้อต่อ วิธีติดตั้ง และหลักฐานการทดสอบเป็นชุดเดียวกัน อย่าตัดสินจากสี ความหนา หรือราคาต่อเมตรเพียงอย่างเดียว เพราะความเสียหายมักเกิดหลังฝังท่อหรือร้อยสายแล้ว ซึ่งแก้ไขยากและมีต้นทุนสูง
ก่อนสั่งซื้อหรือสั่งผลิต ควรจัดทำรายการขนาด ปริมาณ ตำแหน่งใช้งาน ข้อกำหนดโครงการ และตัวอย่างอนุมัติให้ชัด หากกำลังรวบรวมอุปกรณ์พลาสติกสำหรับไซต์งาน สามารถดูภาพรวมจากบทความ อุปกรณ์พลาสติกงานก่อสร้างมีอะไรบ้าง แล้วส่งแบบและสเปกให้ IBPlastic ช่วยประเมินวัสดุ กระบวนการผลิต และการควบคุมคุณภาพได้